นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิด”ยุทธการดับแสง” ณ บริเวณจุดชุมวิวอ่างกา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดลำปางกับจังหวัดพะเยา เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)ยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหา ไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละออง ภายใต้ภารกิจ “ยุทธการดับแสง” โดยการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการลักลอบจุดไฟเผาป่า ในช่วงห้ามเผาเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม – 30 เมษายน 2568
สำหรับการวัดค่า มลพิษทางอากาศ PM2.5ยังเกินมาตรฐาน 67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่า 70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ทาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ป่าไม้ ทหาร ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน และอาสาสมัคร สนธิกำลัง
อย่างเข้มข้น ลาดตระเวนในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดลำปาง กับ จังหวัดพะเยา รณรงค์สร้างความเข้าใจกับประชาชนแบบเคาะประตูบ้าน ห้ามเผาเด็ดขาดไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุกแห่ง หากพบผู้กระทำความผิดจะจับกุมและดำเนินคดีทันที ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงสร้างทีมเข้าไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ร่วมกันในพื้นที่รอยต่อและพื้นที่มีความเสี่ยงสูง ในการลักลอบจุดไฟ เผาป่า และการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงของอำเภอเมืองพะเยา จำนวน 8 ตำบล โดยสนธิกำลัง หน่วยงานร่วมบูรณาการ ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ กรมป่าไม้ กรมอุทยาน ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังและดับไฟโดยชุมชน พักค้างแรมในหมู่บ้าน 2 คืน โดยแบ่ง กำลังเป็น 2 ชุด อยู่ในพื้นที่ ตำบลแม่นาเรือ บ้านตุ่น บ้านสาง สันป่าม่วง และ อยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านต๋อม บ้านต่ำ บ้านใหม่และตำบลท่าจำปี
ทั้งนี้สถิติปีที่ผ่านมาพบว่า ในช่วงระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา จะเกิดไฟป่าและหมอกควันในช่วงเวลานี้ ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปางและ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เป็นหมอกควันข้ามพื้นที่ หากเกิดหมอกควันก็จะลอยเข้ามาที่บริเวณกว๊านพะเยา ตัวเมืองพะเยา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสุขภาพประชาชน ประกอบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายพรานมักเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์นำมาวางจำหน่าย หรือนำมาประกอบอาหารเลี้ยงครอบครัวและญาติมิตรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงอาจจะก่อให้เกิดไฟป่าเกิดขึ้นได้ จึงต้องรณรงค์สร้างความเข้าใจและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด